คนไข้หลายคนกลัวว่าจะเล่าไม่ถูก เลยเล่ายาวเกินไปหรือไม่ก็เล่าสั้นจนหมอต้องถามกลับหลายรอบ
ความจริงคือมีโครงอยู่ 4 ข้อ ใช้ได้กับเกือบทุกอาการ จำไว้แล้วเล่าตามนี้ได้เลย
โครง 4 ข้อ
อะไร
บอกอาการด้วยคำที่คุณใช้เองตามปกติ ไม่ต้องหาศัพท์แพทย์
"เวียนหัว" "ใจสั่น" "ขาบวม" "เหนื่อยง่ายกว่าเดิม" ใช้ได้หมด
ตั้งแต่เมื่อไหร่
บอกจุดเริ่มคร่าวๆ ก็พอ
"เริ่มราวต้นเดือน" "เป็นมาประมาณ 2 สัปดาห์" "เพิ่งเป็นเมื่อวาน"
ข้อนี้สำคัญมาก เพราะอาการที่เป็นมา 2 วันกับ 2 ปี หมอคิดคนละทาง
บ่อยแค่ไหน และตอนไหน
"วันละครั้ง ตอนลุกจากเตียงเช้า" ให้ข้อมูลมากกว่า "เป็นบ่อย"
ถ้าจำไม่ได้ ให้ประมาณเป็นจำนวนครั้งต่อสัปดาห์
ทำอะไรแล้วดีขึ้นหรือแย่ลง
"นั่งพักแล้วหาย" "เดินขึ้นบันไดแล้วเป็นหนักขึ้น" "กินข้าวแล้วดีขึ้น"
ข้อนี้คนมักลืมเล่า ทั้งที่เป็นข้อที่ช่วยหมอได้เยอะ
ลองประกอบดู
เอาโครง 4 ข้อมาต่อกันจะได้ประมาณนี้
เวียนหัวค่ะ เริ่มราวต้นเดือน เป็นเกือบทุกเช้าตอนลุกจากเตียง นั่งพักสักครู่แล้วหายเอง
หนึ่งประโยค ครบทั้ง 4 ข้อ ใช้เวลาไม่ถึง 15 วินาที
3 เรื่องที่ทำให้เล่าแล้วหมอไม่ได้ข้อมูล
เล่าเรียงตามเวลาทั้งหมด เริ่มจากเมื่อสามเดือนก่อนแล้วไล่มาเรื่อยๆ กว่าจะถึงเรื่องสำคัญเวลาหมด เริ่มที่อาการหลักก่อนเสมอ
บอกว่าคิดว่าเป็นโรคอะไร แทนที่จะบอกว่ารู้สึกยังไง การวินิจฉัยเป็นงานของหมอ หน้าที่เราคือให้ข้อมูลที่ตรง
ใช้คำว่านิดหน่อย "เวียนหัวนิดหน่อย" ของแต่ละคนไม่เท่ากัน บอกเป็นสิ่งที่ทำได้หรือทำไม่ได้แทน เช่น "เวียนจนต้องนั่งลง"
ถ้าพาพ่อแม่ไป ใครควรเป็นคนเล่า
ให้ท่านเล่าเองก่อนเสมอ แล้วลูกค่อยเสริมตรงที่ท่านลืม
เหตุผลคือหมอต้องการได้ยินจากเจ้าของอาการ ทั้งเนื้อหาและวิธีพูด บางทีวิธีที่ท่านเล่าก็เป็นข้อมูลในตัวมันเอง
ถ้าจะเสริม ใช้ประโยคแบบ "ผมสังเกตว่าช่วงนี้แม่ลุกช้ากว่าเดิมครับ" ดีกว่าพูดแทนทั้งหมด
จดไว้ก่อนดีกว่านึกเอาหน้างาน
อาการที่เกิดเมื่อสองสัปดาห์ก่อน พอถึงวันนัดมักจำรายละเอียดไม่ได้แล้ว
วิธีที่ง่ายที่สุดคือจดสั้นๆ ตอนที่มันเกิด ไม่ต้องเขียนยาว แค่วันที่กับอาการหนึ่งบรรทัด
อ่านต่อ พาพ่อแม่ไปหาหมอ เตรียมอะไรไปบ้าง และ 3 คำถามที่ควรถามก่อนออกจากห้องตรวจ
