เกือบทุกคนเริ่มต้นได้ดี สัปดาห์แรกจดครบทุกวัน สัปดาห์ที่สองเริ่มหาย พอถึงวันนัดก็มีข้อมูลอยู่ 9 วันจากทั้งหมด 60 วัน
นี่ไม่ใช่เรื่องวินัย เป็นเรื่องการออกแบบ ถ้าสิ่งที่ต้องทำทุกวันมีขั้นตอนเยอะเกินไป ยังไงก็หลุด
5 วิธีที่ช่วยได้จริง
ผูกกับสิ่งที่ทำอยู่แล้ว
อย่าตั้งเวลาวัดเป็น 07:00 เพราะบางวันตื่นสาย บางวันมีธุระ
ผูกกับกิจวัตรแทน เช่น "วัดหลังแปรงฟันเช้า" หรือ "วัดก่อนกินยาเย็น" กิจวัตรพวกนี้เกิดทุกวันอยู่แล้วไม่ว่าจะกี่โมง
วางเครื่องวัดไว้ที่เดียวตลอด
ถ้าต้องเดินไปหยิบจากลิ้นชักห้องนอนทุกครั้ง วันที่ขี้เกียจคือวันที่ไม่ได้วัด
วางไว้ตรงที่มองเห็นและหยิบถึงจากที่ที่คุณอยู่ตอนนั้น เช่น ข้างโต๊ะกินข้าว หรือข้างกาน้ำร้อน
จดทันที ไม่เก็บไว้จดทีหลัง
"เดี๋ยวค่อยจด" คือจุดที่ข้อมูลหายมากที่สุด
วางที่จดไว้ข้างเครื่องวัด ไม่ว่าจะเป็นสมุด ปากกา หรือมือถือ ให้จดจบในที่เดียวกับที่วัด
ลดจำนวนขั้นตอนให้เหลือน้อยที่สุด
นับดูจริงๆ ว่าตอนนี้กว่าจะจดเสร็จหนึ่งครั้งใช้กี่ขั้น ถ้าเกิน 4 ขั้น ให้หาวิธีที่สั้นกว่า
ตัวอย่างที่สั้นที่สุดคือถ่ายรูปหน้าจอเครื่องวัดส่งเข้าแชท จบใน 2 ขั้น
วันที่ลืม ให้ข้ามไป อย่าย้อนเดา
หลายคนพอลืม 2 วันก็รู้สึกว่าพังแล้ว เลยเลิกทั้งหมด
ความจริงคือข้อมูล 25 วันจาก 30 วันมีประโยชน์กับหมอมากกว่าไม่มีเลย และ อย่าเดาตัวเลขย้อนหลัง เพราะตัวเลขที่เดาขึ้นมาทำให้หมออ่านผิด ซึ่งแย่กว่าช่องว่าง
ถ้าคนที่ต้องจดคือพ่อแม่
ลูกหลานหลายคนเลือกวิธีทวงทุกเย็น ซึ่งได้ผลช่วงแรกแล้วเริ่มตึงกันทีหลัง
ทางที่ยั่งยืนกว่าคือทำให้ท่านจดเองได้ง่ายที่สุด แล้วลูกดูข้อมูลเอา ไม่ต้องถาม อ่านต่อที่ ชวนพ่อแม่จดสุขภาพ ยังไงไม่ให้ท่านรู้สึกถูกจับตา
ทางลัดที่สั้นที่สุดตอนนี้
ถ้าลองมาหลายวิธีแล้วยังไม่ต่อเนื่อง ลองเปลี่ยนที่จดเป็นที่ที่คุณเปิดอยู่แล้วทุกวัน
พิมพ์บอกในไลน์ว่า "เช้านี้ 138/88 กินยาแล้ว" แล้วจบ ไม่ต้องเปิดแอปใหม่ ไม่ต้องกรอกฟอร์ม อ่านวิธีได้ที่ จดความดันในไลน์ ทำได้จริงไหม ทำยังไง
