ลูกซื้อเครื่องวัดความดันให้ ซื้อสมุดให้ บอกวิธีให้ครบ แต่ผ่านไปสองสัปดาห์ยังไม่มีอะไรถูกจด
พอถามก็ได้คำตอบว่า "ลืม" หรือ "ไม่เป็นไรหรอก"
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องความขยัน มันเป็นเรื่องความรู้สึก
ทำไมท่านถึงไม่จด
รู้สึกเหมือนถูกตรวจสอบ คนที่เคยดูแลคนทั้งบ้านมาทั้งชีวิต แล้ววันหนึ่งกลายเป็นคนที่ต้องรายงานตัวให้ลูกฟังทุกวัน ความรู้สึกมันไม่ดี
กลัวเห็นตัวเลขที่ไม่อยากเห็น บางท่านไม่จดเพราะไม่อยากรู้ ถ้าไม่วัดก็ไม่ต้องกังวล
ขั้นตอนเยอะเกินไป ต้องหาสมุด หาปากกา จำว่าจดช่องไหน วันละสองรอบ
ไม่เห็นว่าจดไปทำไม ถ้าไม่มีใครเอาไปใช้ทำอะไร มันก็เป็นแค่การบ้าน
5 วิธีที่ช่วยได้
บอกว่าจดไปเพื่ออะไร ให้ชัด
อย่าบอกว่า "จดไว้หน่อยนะแม่" ให้บอกเหตุผลที่ท่านได้ประโยชน์เอง
"จดไว้เดือนนี้นะครับ วันนัดหมอจะได้เห็นว่าที่บ้านเป็นยังไงจริงๆ ไม่ต้องเดา"
ท่านได้เวลาในห้องตรวจที่คุ้มขึ้น ไม่ใช่ลูกได้รายงาน
ให้ท่านเป็นเจ้าของ ไม่ใช่ลูก
ข้อมูลเป็นของท่าน ลูกแค่ดูด้วย
ต่างจากการที่ลูกตั้งระบบแล้วให้ท่านกรอก ความรู้สึกคนละเรื่องเลย
เลือกวิธีที่ท่านคุ้นอยู่แล้ว
ถ้าท่านเขียนหนังสือคล่องกว่าพิมพ์ ให้ใช้กระดาษ ตารางบันทึกความดันแบบพิมพ์ได้ ตัวหนังสือใหญ่พอสำหรับเขียนด้วยปากกา
ถ้าท่านใช้ไลน์คุยกับหลานทุกวันอยู่แล้ว การพิมพ์บอกในไลน์ก็ไม่ใช่ของใหม่ อ่านต่อที่ จดความดันในไลน์ ทำได้จริงไหม ทำยังไง
อย่าเริ่มด้วยการให้ท่านโหลดแอปใหม่และสมัครสมาชิก นี่คือด่านที่คนวัย 65 ถอยมากที่สุด
เริ่มจากน้อยที่สุดที่เป็นไปได้
อย่าเริ่มด้วยการขอให้จดความดัน ชีพจร น้ำหนัก ยา และอาการ ครบทุกอย่างทุกวัน
เริ่มที่ ความดันเช้า วันละครั้ง อย่างเดียวก่อน พอทำได้ต่อเนื่องสองสัปดาห์แล้วค่อยเพิ่ม
อย่าตรวจการบ้าน
ข้อที่ยากที่สุดสำหรับลูก
อย่าโทรไปถามทุกวันว่าจดหรือยัง เพราะมันเปลี่ยนเรื่องนี้ให้กลายเป็นการบ้านทันที
ถ้าจะพูดถึง ให้พูดถึงในแง่ที่เป็นประโยชน์กับท่าน เช่น "เห็นว่าอาทิตย์นี้ค่าค่อนข้างนิ่งเลยนะครับ"
ถ้าท่านพิมพ์มือถือไม่ถนัด
ยังมีทางอยู่ อ่านต่อที่ พ่อแม่ไม่ถนัดมือถือ จะให้จดสุขภาพเองได้ไหม
ถ้าสุดท้ายท่านไม่ยอมจริงๆ
อย่าฝืน ความสัมพันธ์สำคัญกว่าข้อมูล
ทางออกคือลูกจดเอาเองเท่าที่รู้ เช่น จดวันที่พาไปหาหมอ จดยาที่ได้มา จดอาการที่เห็นตอนไปเยี่ยม มีข้อมูลบางส่วนยังดีกว่าไม่มีเลย
